| fPdecor.com | ศูนย์รวมแบบบ้าน และ ตกแต่ง หลากหลายสไตล์
: : g o  t o  m a i n p a g e : :
สถาปัตยกรรม | ตกแต่งภายใน | ดีไซน์-แกลอรี่ | แบบบ้านสวย | แนะนำ-ติชม | ถาม-ตอบ เรื่องบ้าน | ติดต่อเรา 
ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 243 ท่าน 
FreeSPlanS MENU
C a l c u l a t o r . . .
+ คำนวณเงินงวด / เงินกู้
+ คำนวณค่าโอนบ้าน/ที่ดิน
+ คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียม
+ คำนวณปริมาณคอนกรีต
+ คำนวณปริมาณการใช้สี
+ คำนวณปริมาณกระเบี้องปูพื้นและผนัง
+ คำนวณปริมาณวอลเปเปอร์
+ คำนวณปริมาณ BTU แอร์
D o w n l o a d s . . .
+ Agreement & Forms
+ Program Utilities
+ Windows Font

Link to us!!!
Link to US!!!

 
Law Guide
 


Visted our sponsor

กฏหมายน่ารู้ ?
วิธีเลือกกู้ “ สินเชื่อ” ต่อเติม-ตกแต่งบ้าน

สินเชื่อต่อเติม-ซ่อมแซม-ตกแต่งบ้านหรือซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้าน

เป็นบริการเงินกู้อีกรูปแบบหนึ่งที่ธนาคารส่วนใหญ่มีไว้บริการลูกค้า นอกจากการปล่อยสินเชื่อ
เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือเรียกโดยรวมว่าสินเชื่ออเนกประสงค์ โดยมีบ้านที่ดินประเภทบ้านเดี่ยว
ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ คอนโดฯ เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้

ประเภทของสินเชื่อมี 2 รูปแบบ คือ สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาวและ
สินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) แต่ละธนาคารจะมีเชื่อเรียกที่แตกต่างกัน แต่มีวัตถุ
ประสงค์ในการปล่อยกู้เดียวกัน คือ ให้กู้เพื่อตกแต่ง ต่อเติม ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความ
สะดวกต่างๆ ภายในบ้าน

หลักการและเงื่อนไขการกู้โดยทั่วไปของสินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาวและสินเชื่อแบบ
วงเงินกู้เบิกเกินบัญชี จะคล้ายกับการกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยผู้กู้จะต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง
หรือที่กำลังผ่อนชำระกับสถาบันการเงินอยู่ แล้วนำบ้านนั้นมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้
ส่วนที่แตกต่างคือการคิดดอกเบี้ย วงเงินกู้ ระยะเวลากู้ ดังนี้

สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาว จะเหมือนกับการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่มีระยะเวลาการ
กู้สั้นกว่า ส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาประมาณ 5-15 ปี (ระยะเวลากู้ขึ้นอยู่กับประเภทของหลัก
ประกันด้วย) ส่วนวงเงินกู้ กรณีลูกค้าใหม่หรือรีไฟแนนซ์ (ที่กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วย) ธนาคารจะ
ให้วงเงินกู้เพิ่มจากวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย ประมาณ 5-50% กรณีลูกหนี้เดิมของธนาคารที่ผ่อน
ชำระเงินกู้กับธนาคารไป 2-3 ปีขึ้นไป (แล้วแต่ธนาคารกำหนด) สามารถขอกู้เพิ่มได้อีก 10-25%
ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ หรือให้เท่ากับวงเงินที่ผ่อนชำระไปแล้ว แต่ธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนด
วงเงินกู้ที่ขอกู้เพิ่มว่าเมื่อรวมกับยอดหนี้เดิมแล้วต้องไม่เกิน 80-100% ของราคาประเมิน

การคิดอัตราดอกเบี้ย ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยบวกเงินต้นแล้วกำหนดให้ลูกค้าผ่อนชำระ
หนี้เป็นรายเดือนเท่ากันทุกเดือน โดยจะมีทั้งแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1-5 ปี ในระยะแรก หลัง
จากนั้นก็จะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอิงกับ MLR (อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี) ของ
ธนาคาร หรือ MLR บวก-ลบ

แต่การกู้แบบนี้จะมี ข้อจำกัดคือ ธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดวัตถุประสงค์ในการกู้
เช่น เฉพาะเพื่อซื้อเฟอร์เจอร์ ตกแต่ง ต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้าน เท่านั้น แต่มี ข้อดี คือ
อัตราดอกเบี้ยจะถูกกว่าสินเชื่อแบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) และระยะเวลาในการก่อนชำระ
เงินกู้นานกว่า ทำให้ภาระในการชำระเงินงวด/เดือนของผู้กู้ไม่หนักจนเกินไป

สินเชื่อแบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรองไว้ใช้ใน
ยามฉุกเฉิน หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนส่วนตัว ส่วนใหญ่ธนาคารจะไม่กำหนดวัตถุประสงค์ใน
การกู้ ไม่จำกัดเฉพาะเจาะจงว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายอะไร และไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น
ซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นในชีวิตประจำ ซื้อรถยนต์ เครื่องตกแต่งบ้าน เพื่อการท่อง
เที่ยว หรือ เพื่อการลงทุนต่างๆ เป็นต้น

วงเงินให้กู้ กรณีขอกู้เฉพาะวงเงิน O/Dวงเงินกู้จะอยู่ที่ประมาณ 5-50% ของราคา
ประเมินหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน กรณีที่ผู้กู้มีบัญชีเงินกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารอยู่แล้ว
และต้องการกู้วงเงิน O/D ธนาคารจะกำหนดวงเงินกู้เมื่อรวมกับวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยแล้วต้อง
ไม่เกิน 90-120% ของราคาประเมินหลักประกัน โดยวงเงินที่ได้จะขึ้นอยู่กับประเภทของหลัก
ประกันที่ผู้กู้นำมาเป็นค้ำประกันด้วย กรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินกู้จะต่ำกว่าเพราะ
อนุมัติวงเงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรายได้ และความสามารถในการผ่อนชำระเงินกู้ของผู้กู้ ซึ่ง
ธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดวงเงินขั้นต่ำและวงเงินสูงสุดเฉลี่ยแล้วไม่เกิน 6-10 ของรายได้/เดือน

การคิดอัตราดอกเบี้ยธนาคารส่วนใหญ่จะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอิงกับ MLR (อัตรา
ดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี) หรือ MOR (อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชี) บางธนาคารอาจ
จะคิด MLR,MOR บวก หรือ ลบ อีก 1% หรือ 2 % (แต่ละธนาคารแตกต่างกัน) โดยธนาคารจะ
คิดดอกเบี้ยเฉพาะจากยอดเงินที่มีการเบิกใช้จริงเท่านั้น

ข้อจำกัดข องการกู้รูปแบบนี้ คือ ธนาคารส่วนใหญ่จะพิจารณาอนุมัติเงินกู้เพิ่มเติม
จากวงเงินสินเชื่อปกติ ก็ต่อเมื่อผู้กู้มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีมาระยะหนึ่ง และวงเงินกู้ที่ได้ก็จะ
ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระเงินงวดของผู้กู้ด้วย ส่วนข้อดี คือ บางครั้งผู้กู้
ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน โดยธนาคารจะพิจารณาจากรายได้เป็นหลัก และ
กำหนดวงเงินกู้ขั้นต่ำและสูงสุด ส่วนใหญ่ไม่เกิน 6-10 เท่าของรายได้/เดือน

ทั้งนี้รายละเอียดเงื่อนไขการขอกู้ “สินเชื่ออเนกประสงค์” ทั้งสองรูปแบบข้างต้นเป็นเพียงภาพ
รวมที่ธนาคารส่วนใหญ่ใช้พิจารณาอนุมัติ ส่วนการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้แบบไหนขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ
บ้านที่จะต้องพิจารณาให้ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด
…………………………………………………………………………………………………



Visted our sponsor




Copyright 2002 freesplans Design solution, Inc.